ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา คืออะไร? เติมเต็มใต้ตา คืนความสดใส ดูอ่อนเยาว์

ฟิลเลอร์ใต้ตา

ฟิลเลอร์ใต้ตา

ปัญหาใต้ตา เช่น ใต้ตาดำ ขอบตาคล้ำ ริ้วรอยใต้ตา ถุงใต้ตา ทำให้ใบหน้าดูโทรม ไม่สดใส และดูมีอายุ สามารถแก้ไขได้ด้วยการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ซึ่งเป็นวิธีที่ได้รับความนิยม แก้ไขปัญหาใต้ตาได้ตรงจุด ช่วยคืนความสดใส ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้น เห็นผลชัดเจน หลังทำทันที

Contents hide

ฟิลเลอร์ใต้ตา คืออะไร?

ฟิลเลอร์ใต้ตา หรือ Under Eye Filler คือ สารเติมเต็มผิวประเภทไฮยาลูโรนิค แอซิด (Hyaluronic Acid) หรือ HA ซึ่งเป็นสารที่เลียนแบบมากจากสารที่มีในเซลล์ผิวของเราตามธรรมชาติ หลายคนอาจจะเรียกว่า ฟิลเลอร์ ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยเติมเต็มหรือเสริมในชั้นผิวหนังและใต้ผิวหนัง นิยมใช้แพร่หลายในคลินิกเสริมความงาม เพื่อใช้ในการเติมเต็มในส่วนที่เป็นริ้วรอยร่องลึกให้ตื้นขึ้น เป็นเหมือนการเติมคอลลาเจนให้ผิว หลังฟิลเลอร์ใต้ตา ริ้วรอยใต้ตาจะตื้นขึ้น รอยคล้ำใต้ตาและริ้วรอยใต้ตาดูจางลง ส่งผลให้ใบหน้าดูอ่อนกว่าวัย เห็นผลทันที โดยไม่ต้องผ่าตัดศัลยกรรม ไม่ต้องพักฟื้น และไม่เสี่ยงเป็นรอยแผลเป็นจากการผ่าตัด

ข้อดี ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

ปลอดภัย เพราะใช้สารเติมเต็มที่ อย.รับรอง แก้ปัญหาถุงใต้ตา ขอบตาดำ ตาลึก ตาโหล และริ้วรอยใต้ตาได้ เห็นผลลัพธ์ชัดเจน ใช้เวลาทำไม่นาน ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น อยู่ได้ประมาณ 6-18 เดือน (ขึ้นอยู่กัยชนิดและรุ่นของฟิลเลอร์ที่เลือกใช้) สลายได้เองตามธรรมชาติ 100% ไม่ทิ้งสารตกค้าง

สาเหตุปัญหาใต้ตา

ปัญหาใต้ตาของแต่ละคนจะมีสาเหตุและระดับความรุนแรงที่แตกต่างกัน เกิดจาก 4 สาเหตุหลัก คือ

  1. พฤติกรรม ที่ก่อให้เกิดรอยคล้ำใต้ตา ริ้วรอย ความหย่อนคล้อยใต้ตา เช่น การขยี้ตา, พักผ่อนน้อย, ความเครียด, การเล่นโทรศัพท์มือถือ
  2. โรคภูมิแพ้ ทำให้เกิดขอบตาดำ ใต้ตาดำ เนื่องจากระบบการไหลเวียนเลือดติดขัด จนทำให้เส้นเลือดบริเวณผิวหนังใต้ตาขยายตัว
  3. พันธุกรรม หรือการเจริญเติบโตของกระดูกช่วงเบ้าตาและใต้ตาไม่ดี ทำให้เกิดถุงใต้ตา ร่องใต้ตา
  4. อายุที่มากขึ้น ชั้นไขมันใต้ตาเกิดการยุบตัว หรือฝ่อบางลง เกิดเป็นเบ้าใต้ตาหรือใต้ตาลึก

ก่อนฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา แพทย์จะวิเคราะห์ปัญหาและสภาพผิวบริเวณใต้ตาก่อน ว่าปัญหาเกิดจากสาเหตุอะไร มีลักษณะแบบไหน ก่อนจะเลือกใช้ยี่ห้อฟิลเลอร์ รุ่นฟิลเลอร์ที่เหมาะสมในการแก้ปัญหา ผลลัพธ์ต้องออกมาปลอดภัย สวยงามและดูเป็นธรรมชาติ

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา เหมาะกับใคร?

  • ผู้ที่มีปัญหาริ้วรอยใต้ตา หย่อนคล้อย ถุงใต้ตา ขอบตาดำ ตาลึก ตาโหล
  • ผู้ที่มีปัญหาใต้ตาจากลักษณะทางพันธุกรรม
  • ผู้ที่มีปัญหาใต้ตาจากการยุบตัวของกระดูกและเนื้อ
  • ผู้ที่มีปัญหาใต้ตาคล้ำจากโรคภูมิแพ้ ผู้ที่อยากแก้ปัญหาใต้ตา แต่ไม่อยากเจ็บตัว ไม่อยากผ่าตัด
  • ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่รวดเร็ว ไม่ต้องพักฟื้น

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ช่วยอะไรบ้าง?

ฟิลเลอร์ใต้ตา ช่วยแก้ปัญหาใต้ตาที่พบบ่อย ได้แก่ ริ้วรอยใต้ตา รอยตีนกา ขอบตาดำ ใต้ตาคล้ำ ถุงใต้ตา ใต้ตาหย่อนคล้อย เบ้าตาลึก ตาโหล ได้อย่างตรงจุด

1.ริ้วรอยใต้ตา รอยตีนกา

ริ้วรอยใต้ตา รอยตีนกา

ลักษณะ : เป็นรอยเหี่ยวย่นใต้ตา และรอบ ๆ ดวงตา ทำให้หน้าดูมีอายุ สาเหตุ : ริ้วรอยใต้ตาส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากผิวบริเวณใต้ตาขาดน้ำ ขาดความชุ่มชื้น เนื่องจากคอลลาเจนและไฮยาลูโรนิค เอซิดลดลง ทำให้ผิวเริ่มสูญเสียความแข็งแรง ไม่กระชับและยืดหยุ่น สังเกตได้จากเวลาเรายิ้ม หรือแสดงสีหน้า บริเวณใต้ตาจะเหี่ยวย่นจนเกิดเป็นริ้วรอย

วิธีรักษา : ไม่เพียงแต่โบท็อกเท่านั้นที่ช่วยลดริ้วรอยใต้ตาได้ แต่การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาก็สามารถช่วยลดริ้วรอยใต้ตา ร่องใต้ตาได้เช่นกัน การฉีดฟิลเลอร์ใ้ต้ตาจะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น รักษาความชุ่มชื้นให้บริเวณใต้ตา เมื่อใต้ตาดูเต็ม ริ้วรอยใต้ตาก็จะจางลง

2.ขอบตาดำ ใต้ตาคล้ำ

ใต้ตาคล้ำ

ลักษณะ : เป็นวงคล้ำรอบดวงตา เห็นชัดบริเวณใต้ตา ทำให้ใบหน้าดูอ่อนล้า สาเหตุ : เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น ความผิดปกติของเม็ดสีบริเวณใต้ตา โรคภูมิแพ้ การพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ รวมไปถึงภาวะ aging process หรืออายุมากขึ้น จากสาเหตุใต้ตาคล้ำ

วิธีรักษา : แพทย์จะเป็นประเมินว่าควรรักษาด้วยวิธีใดถึงจะเหมาะสม เช่น หากใต้ตาคล้ำจากเม็ดสีใต้ตา จะรักษาด้วยการฉีดเมโสใต้ตา เช่น ไซโตแคร์ Filorga หรือใช้เลเซอร์รักษาเม็ดสี ถ้าหากคล้ำจากใต้ตาลึก จะรักษาด้วยการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา เพราะเป็นการแก้ปัญหาได้ตรงจุดมากกว่าวิธีอื่น ฟิลเลอร์จะช่วยเติมเต็มใต้ตาให้ดูตื้นขึ้น ใต้ตาดูแน่น ฟู กระชับ เมื่อใต้ตากระชับ ผิวใต้ตาก็จะดูสว่างขึ้น

3.ถุงใต้ตา ใต้ตาหย่อนคล้อย

ถุงใต้ตา ใต้ตาหย่อนคล้อย

ลักษณะ : บวมเป็นบริเวณกว้างบริเวณใต้ตา และมีอยู่ตลอดเวลา รวมทั้งมีริ้วรอยและร่องใต้ตาที่เห็นได้ชัด สาเหตุ : ถุงใต้ตา คือ Inferior orbital fat หรือที่เรียกว่าไขมันในโพรงตา ที่เกิดจาก Orbital septum เกิดการหย่อนตัวจากอายุที่มากขึ้น ทำให้ไขมันชั้นตื้น (Superficial fat) บางลง และหย่อนคล้อยลงตามแรงโน้มถ่วง จนทำให้ใต้ตาดูลึก และเห็นโหนกชัดขึ้น

วิธีรักษา : การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาจะช่วยเติมเต็มและดันให้ Orbital septum เข้าไปด้านในมากขึ้น จึงทำให้ถุงใต้ตาเล็กลง เบ้าตาดูตื้นขึ้น

4. เบ้าตาลึก ตาโหล

ลักษณะ : เป็นร่องลึกรอบดวงตา เกิดจากการยุบตัวของกระดูกใต้ตา และการสลายตัวของเนื้อเยื่อ สาเหตุ : ส่วนใหญ่เกิดจากชั้นไขมันใต้ตาหรือกระดูกเบ้าตาเกิดการยุบตัวลง เนื่องจากอายุที่มากขึ้น เมื่ออายุ 25 ปีขึ้นไป ชั้นไขมันหรือคอลลาเจนในชั้นผิวจะเริ่มเสื่อมลง เส้นเอ็นรอบดวงตา (Retaining ligament ) ที่มีหน้าที่ยึดผิวให้กระชับ เต่งตึงก็จะหย่อนลง

วิธีรักษา : ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาเข้าไปในบริเวณที่มีร่องลึกด้วยเทคนิคพยุงชั้นกระดูกใต้ตา ผลลัพธ์ที่ได้จะทำให้ผิวรอบดวงตาดูตื้นขึ้น และส่งผลให้ใบหน้าโดยรวมดูอ่อนกว่าวัย

ปัญหาใต้ตาลึก

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา อันตรายไหม?

บริเวณใต้ตาเป็นจุดที่หลายคนเป็นกังวล เพราะใกล้อวัยวะที่สำคัญอย่างดวงตา แพทย์ที่ทำการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาจึงต้องรู้เทคนิคการฉีดที่ถูกต้อง มีประสบการณ์ด้านการฉีดฟิลเลอร์อย่างน้อย 5-10 ปี จึงจะมั่นใจได้ว่าการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตามีความปลอดภัย และได้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้ ฟิลเลอร์ที่ใช้ต้องเป็นฟิลเลอร์แท้เท่านั้น สามารถสลายได้หมด 100% ใน 6-18 เดือน ไม่มีสารตกค้าง ไม่เป็นอันตราย โดยในเบื้องต้นสามารถตรวจสอบฟิลเลอร์แท้-ฟิลเลอร์ปลอมได้ด้วยตนเอง โดยดูที่กล่องฟิลเลอร์ ซึ่งจะต้องมีรายละเอียดสำคัญเหล่านี้ครบถ้วน คือ

  • มีเลขทะเบียน อย. และเอกสารกำกับภาษาไทย
  • มีเลข Lot ที่กล่อง ซอง หลอด และสติ๊กเกอร์ ตรงกัน
  • มีเบอร์โทรศัพท์ให้สามารถตรวจสอบเลข Lot กับบริษัทนำเข้า

เทคนิคการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยงาม ไม่เป็นก้อน และเป็นธรรมชาติที่สุด แบ่งปัญหาออกเป็น 2 ระดับ และเลือกเทคนิคการฉีดฟิลเลอร์เนื้อแข็ง เนื้อนิ่ม เพื่อแก้ไขปัญหาตามความเหมาะสม

1.เทคนิคพยุงชั้นกระดูกด้วยฟิลเลอร์เนื้อแข็ง

เหมาะกับเคสที่มีปัญหากระดูกใต้ตายุบตัว เมื่ออายุมากขึ้น กระดูกเบ้าตาก็จะทรุดตัวลง ผิวหนังฝ่อลง ทำให้ผิวหย่อนยานและเกิดปัญหาใต้ตา การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ด้วยเทคนิคพยุงชั้นกระดูกใต้ตาโดยใช้ฟิลเลอร์เนื้อแข็ง จะช่วยทำให้ปัญหาใต้ตาลดลง

2.เทคนิคเก็บรายละเอียดรอบเบ้าตาด้วยฟิลเลอร์เนื้อนิ่ม

ในเคสที่มีปัญหาใต้ตาบริเวณข้างเคียงร่วมด้วย แพทย์จะใช้ฟิลเลอร์เนื้อนิ่มฉีดพยุงรอบ ๆ เบ้าตาที่มีปัญหา เพื่อเลียนแบบโครงกระดูกที่เสื่อมหรือทรุดตัวลง จะให้ผลลัพธ์ที่เรียบเนียนและดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น

แพทย์จะต้องประเมินว่าคนไข้แต่ละเคส ว่ามีปัญหามากน้อยแค่ไหน เพื่อเลือกชนิดของฟิลเลอร์และเทคนิคที่เหมาะสม ถ้าในคนที่มีปัญหามาก ๆ อาจต้องใช้ฟิลเลอร์ 2 ชนิด ในการฉีด แต่โดยปกติแล้ว การฉีดฟิลเลอร์เพียงชนิดเดียวก็สามารถเห็นผลการเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจน

เทคนิคการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา กี่วันเห็นผล

หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา สามารถเห็นผลการเปลี่ยนแปลงได้ทันทีหลังฉีด 3 วันแรกหลังฉีด อาจมีอาการบวมเล็กน้อย มีผื่นหรือจุดเแดงบริเวณรอยเข็ม ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้เป็นเรื่องปกติครับ สาเหตุจากการที่เข็มจิ้มเข้าไปในผิว ไม่ใช่อักเสบบวมแดงจากฟิลเลอร์แต่อย่างใด 4-5 วัน อาการบวมลดลงและเข้าที่ 2-3 สัปดาห์จะเห็นผลลัพธ์ชัดเจน

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ราคาเท่าไหร่?

ฟิลเลอร์ใต้ตา ราคาแต่ละคลินิกจะแตกต่างกัน ราคาฟิลเลอร์ใต้ตาไม่ควรถูกหรือแพงจนเกินไป โดยราคามาตรฐานของฟิลเลอร์ใต้ตาจะอยู่ในช่วง 11,000-18,000 บาท/1 CC ขึ้นอยู่กับยี่ห้อของฟิลเลอร์จำนวน CC ที่ใช้ รวมไปถึงราคาโปรโมชั่นฟิลเลอร์ของแต่ละคลินิก

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา หากเทียบผลลัพธ์และราคา ถือว่ามีความคุ้มค่า เพราะสามารถแก้ไขปัญหาใต้ตาของแต่ละคนได้ มีความปลอดภัย สวยงามและดูเป็นธรรมชาติ

: ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ใช้กี่ CC

แต่ละเคสต้องเติมฟิลเลอร์ใต้ตา กี่ CC แพทน์จะเป็นคนประเมิน ขึ้นอยู่กับปัญหาของแต่ละเคส ปริมาณ CC ของฟิลเลอร์ใต้ตาที่ใช้จึงไม่เท่ากัน ในเคสที่อายุมาก มีปัญหากระดูกใต้ตายุบตัวมาก ๆ ใต้ตาลึก แพทย์อาจพิจารณาใช้ฟิลเลอร์มากขึ้น แต่ส่วนใหญ่จะใช้ฟิลเลอร์ใต้ตา 1-2 CC ในการรักษา ก็สามารถเห็นผลการเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจน

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ยี่ห้อไหนดี?

การฉีดฟิลเลอร์ถือเป็นหัตถการที่ได้รับความนิยมของคลินิกเสริมความงาม ปัจจุบันมีฟิลเลอร์ให้เลือกใช้มากมายหลายยี่ห้อ ซึ่งแต่ละยี่ห้อก็มีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน เช่น ความแข็ง ความยืดหยุ่น การกระจายตัว ค่าความอุ้มน้ำ จำนวนการเชื่อมพันธะ และขนาดของเม็ดฟิลเลอร์

ในการเลือกใช้ฟิลเลอร์ นอกจากจะเลือกโดยพิจารณาจากคุณสมบัติข้างต้นแล้ว ยังต้องเลือกให้เหมาะกับบริเวณที่ต้องการฉีด สภาพผิว รวมทั้งปัญหาที่แตกต่างกันของแต่ละเคส ซึ่งแพทย์จะแนะนำและเลือกว่ายี่ห้อไหนเหมาะสมที่สุดในการแก้ปัญหา และตามงบประมาณ

ฟิลเลอร์ใต้ตา ควรเป็นฟิลเลอร์เนื้อละเอียด มีความเป็นธรรมชาติ เพราะผิวหนังใต้ตาค่อนข้างบาง ถ้าใช้ฟิลเลอร์ที่ฉีดแล้วผิวฟูมากเกินไป จะทำให้ตาบวม ดูไม่เป็นธรรมชาติ มีฟิลเลอร์ใต้ตา 8 รุ่นด้วยกัน เป็นฟิลเลอร์แบรนด์ระดับโลกที่ให้ผลลัพธ์ดี ผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) มั่นใจได้ในความปลอดภัย เป็นที่นิยมในคลินิกเสริมความงามชั้นนำ

  1. Restylane Perlane Lyft (ฟิลเลอร์สวีเดน) เนื้อแข็ง มีความคงตัวสูง ไม่ฟู และสามารถคงรูปได้ดีที่สุด อยู่ได้นาน 12 เดือน
  2. Restylane Defyne (ฟิลเลอร์สวีเดน) เนื้อแข็งปานกลาง มีความยืดหยุ่นและฟูเล็กน้อย อยู่ได้นาน 18 เดือน
  3. Restylane Vital Light (ฟิลเลอร์สวีเดน) เนื้อละเอียดมากที่สุด ใช้สำหรับเคสที่ผิวบางหรือสำหรับเก็บรายละเอียด อยู่ได้นาน 6-12 เดือน
  4. Restylane Classic (ฟิลเลอร์สวีเดน) ใช้เก็บรายละเอียดใต้ตา ในผิวชั้นลึก เหมาะสำหรับคนผิวบาง อยู่ได้นาน 12 เดือน
  5. Restylane Voluma (ฟิลเลอร์สวีเดน) เนื้อแข็ง ฟูปานกลาง ยืดหยุ่นสูง อุ้มน้ำและให้ความเป็นธรรมชาติ อยู่ได้นาน 18 เดือน
  6. Juvederm Volite (ฟิลเลอร์อเมริกา) เนื้อละเอียด ใช้เติมใต้ตาชั้นตื้น เหมาะกับคนผิวบางแต่ไม่มาก อยู่ได้นาน 8-12 เดือน
  7. Juvederm Volux (ฟิลเลอร์อเมริกา) เนื้อคงรูปกว่า Voluma Defyne และ Perlane Lyft อยู่ได้นาน 18-24 เดือน
  8. Belotero Volume (ฟิลเลอร์สวิตเซอร์แลนด์) เนื้อแข็ง มีความยืดหยุ่นและคงตัว เหมาะฉีดเสริมกระดูกใต้ตาชั้นลึก อยู่ได้ 18 เดือน
ยี่ห้อฟิลเลอร์ใต้ตา

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ที่ไหนดี?

  1. คลินิกเปิดให้บริการถูกต้องตามกฎหมาย มีใบอนุญาตประกอบการจากกระทรวงสาธารณสุข ด้านหน้าคลินิกมีป้ายชื่อสถานพยาบาล และเลขที่ใบอนุญาต 11 หลัก แสดงชัดเจน
  2. แพทย์มีประสบการณ์ด้านการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา มีใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม และมีประสบการณ์การทำหัตถการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา 5-10 ปี
  3. ใช้ฟิลเลอร์แท้ แบรนด์ระดับโลก ได้มาตรฐาน ผ่านการรับรอบจาก อย. มีความปลอดภัย ตรวจสอบได้
  4. คลินิกสะอาด ปลอดเชื้อ กว้างขวาง บรรยากาศดี มีพื้นที่รับรอง เครื่องมืออุปกรณ์ต่าง ๆ อยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อมใช้งาน มีมาตรการการเฝ้าระวัง ป้องกันเชื้อโรค
  5. มีรีวิวจากแหล่งที่เป็นกลาง เชื่อถือได้ เช่น รีวิวติดดาวบน Facebook Fanpage, Pantip Review, Google Maps และมีรีวิวจากผู้ใช้บริการจริง ทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ
  6. มีบริการให้คำปรึกษา ให้ข้อมูลชัดเจน ครบถ้วน จริงใจและตรงไปตรงมา สามารถส่งรูปหน้ามาให้แพทย์ดูได้เพื่อประเมินปัญหาและวิธีการรักษาในเบื้องต้น
  7. มีการนัดหมายติดตามผล หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา พร้อมให้คำแนะนำในการปฏิบัติตัว ก่อน-หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาอย่างใกล้ชิด
  8. มีหลายสาขาพร้อมให้บริการ เดินทางสะดวก เลือกคลินิกที่อยู่ในห้างหรือใกล้ห้าง มีที่จอดรถรองรับ
  9. ราคาสมเหตุสมผล มีฟิลเลอร์ใต้ตาหลายยี่ห้อ ให้เลือกตามงบประมาณ
ผลลัพธ์หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ควรเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน ใช้ฟิลเลอร์แท้ และฉีดโดยแพทย์ประสบการณ์สูงเท่านั้น ซึ่งจะสามารถวิเคราะห์ปัญหา เลือกยี่ห้อฟิลเลอร์และปริมาณฟิลเลอร์ที่เหมาะสม รวมถึงรู้เทคนิคการฉีด เพื่อแก้ปัญหาใต้ตาที่ตรงจุด ปลอดภัย หลังฉีดเห็นผลทันที เหมาะสำหรับคนที่ไม่อยากเจ็บตัว ไม่อยากผ่าตัด ไม่อยากพักฟื้น ต้องการผลลัพธ์ที่รวดเร็วและดูเป็นธรรมชาติ